Introducing Copilot in Microsoft Dynamics 365 Guides, bringing generative AI in mixed reality to frontline workers

ขอแนะนำ Copilot for Microsoft Dynamics 365 Guides ตัวช่วยที่จะทำให้การเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ง่ายผ่านคำสั่งเสียงและท่าทางของคุณ

เครดิต By Lili Cheng, Corporate Vice President, Business Applications and Platform

ที่ Microsoft Ignite 2023 ได้ประกาศ Copilot ใน Microsoft Dynamics 365 Guides ได้นำเอา AI มาใช้กับ Mixed Reality เพื่อผู้ปฏิบัติงานที่หน้างาน ทำงานที่ซับซ้อนได้สำเร็จ และแก้ไขปัญหาได้เร็วขึ้นโดยรบกวนขั้นตอนการทำงานน้อยลง

Copilot ใน Dynamics 365 Guides สามารถช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานในการตั้งค่าทางอุตสาหกรรมที่ต้องจัดการกับอุปกรณ์และกระบวนการที่ซับซ้อน ช่างเทคนิคใหม่จำเป็นต้องพัฒนาเทคนิคอย่างรวดเร็วไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้วิธีใช้งานและซ่อมบำรุงอุปกรณ์นั้น เมื่ออุปกรณ์หยุดทำงาน ผู้ปฏิบัติงานจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อวินิจฉัยปัญหา ดำเนินการแก้ไข และบันทึกงานของตนไว้ แทนที่จะให้พนักงานต้องค้นหาเอกสารดิจิทัลหรือคู่มือกระดาษจำนวนมาก Copilot ช่วยให้พนักงานสามารถขอข้อมูลที่เกี่ยวข้องโดยใช้ภาษาและท่าทางของมนุษย์ เช่น การมองและการชี้ Copilot จะใช้ AI เพื่อค้นหาข้อมูลจากเอกสารทางเทคนิค บันทึกการบริการ เนื้อหาการฝึกอบรม และแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ที่ลูกค้าดูแลจัดการ จากนั้น Copilot จะสรุปข้อมูลเพื่อให้ คำแนะนำแบบโต้ตอบผ่านเนื้อหาและแสดงHolograms ที่ซ้อนทับบนอุปกรณ์ในการใช้งานหรือการบำรุงรักษา

Mixed reality ร่วมกับ AI นำเสนออินเทอร์เฟซที่คำนึงถึงมนุษย์เป็นหลักซึ่งสัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานในโลกแห่งความเป็นจริง ตอนนี้ Copilot สามารถช่วยเหลือคนงานในอุตสาหกรรมแบบเรียลไทม์ด้วยคำพูดและ holograms.

ความสามารถของ Copilot ในDynamics 365 Guides

นี่คือความสามารถที่เราวางแผนจะปลดล็อคด้วย Copilot ใน Dynamics 365 Guides:

ชี้และขอคำแนะนำ

มนุษย์ได้เรียนรู้และมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมในลักษณะลงมือปฏิบัติจริงอยู่เสมอ โดยตั้งคำถามต่างๆในขณะที่พวกเขาทำงาน. Copilot ใน Dynamics 365 Guides จึงถูกสร้างขึ้นจากการตั้งคำถามต่างๆเพื่อช่วยให้พนักงานเข้าใจโลกรอบตัวได้ดียิ่งขึ้น พนักงานสามารถชี้ไปที่ส่วนประกอบบนอุปกรณ์ และถามคำถามกับ Copilot เช่น “ขีดจำกัดแรงบิดของสลักเกลียวเหล่านี้คือเท่าไหร่” พนักงานใหม่สามารถถามคำถามทั่วไปได้ เช่น “ส่วนประกอบนี้มีหน้าที่อะไร” โดยไม่จำเป็นต้องไปขัดจังหวะเพื่อนร่วมงานที่มีประสบการณ์มากกว่า Copilot รู้ว่าผู้ใช้กำลังชี้ไปที่อะไรและให้คำตอบได้. ?Models 3 มิติและ Spatial maps provide เป็นรากฐานสำหรับเทคโนโลยีในการระบุสิ่งที่ผู้ปฏิบัติงานกำลังดู จากนั้นฉายภาพ Hologramเพื่อแสดงคำแนะนำ พนักงานสามารถถามคำถามที่ซับซ้อนมากขึ้นได้ เช่น “ชิ้นส่วนนี้ควรหันไปทางใด” หรือ “แสดงตำแหน่งโมดูลเซ็นเซอร์บนเครื่องจักรนี้” จากนั้น Copilot จะแสดงholograms เพื่อแสดงตำแหน่งของชิ้นส่วนนั้น

การสร้างเนื้อหาเชิงพื้นที่

Copilot ใน Dynamics 365 Guides เพิ่มคุณค่าที่พร้อมใช้งานได้ทันทีของ Mixed realityโดยลดการลงทุนล่วงหน้าที่จำเป็นในการสร้างเนื้อหาเชิงพื้นที่ลงอย่างมาก Copilot ทำให้การสร้าง การจัดการ และการส่งมอบเนื้อหาMixed reality ง่ายขึ้นโดยใช้แหล่งข้อมูลที่ลูกค้าเป็นผู้กำหนด ช่วยให้บริษัทต่างๆสามารถนำเอา Mixed reality ไปใช้ได้อย่างเร็วขึ้นมาก

ความช่วยเหลือแบบทีละขั้นตอน

ขับเคลื่อนโดย Microsoft Azure OpenAI Service แบบโมเดลภาษาช่วยให้ Copilot ใน Dynamics 365 Guides ทำได้มากกว่าการตอบคำถามแบบครั้งเดียว พนักงานสามารถพูดคุยกันอย่างต่อเนื่องได้ เช่น “ช่วยอธิบายขั้นตอนต่างๆ เพื่อแยกชิ้นส่วนอุปกรณ์นี้” หรือ “ฉันถอดมอเตอร์ออกแล้ว จะต้องทำอะไรต่อไป” Copilot สามารถปฏิบัติตามกระบวนการและทำการสนทนาโดยใช้ฐานความรู้ที่ลูกค้าได้ดูแลและจัดการมา เพื่อระบุคำตอบด้วยคำพูด ข้อความ หรือHolograms 3 มิติ ขจัดความสงสัยในการทำงาน และลดเวลาในการทำงานซ้ำ

ข้อมูลตามความต้องการ

ด้วยการเชื่อมต่อกับเซ็นเซอร์ Internet of Things (IoT) ข้อมูลการปฏิบัติงาน และข้อมูลบันทึกการบริการ Copilot ใน Dynamics 365 Guides สามารถตอบคำถาม เช่น “ระดับความชื้นในปัจจุบันคือเท่าไร” หรือ “ตรวจสอบครั้งล่าสุดเมื่อใด และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง” HoloLens 2 ช่วยให้ Copilot สามารถระบุข้อมูลเฉพาะ และเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องแบบReal Time ผู้ปฏิบัติงานที่หน้างานสามารถเข้าถึงข้อมูลที่หลากหลายเพื่อแก้ไขปัญหาหรือซ่อมแซมอุปกรณ์ ด้วยความช่วยเหลือจาก AI ในสภาวะแวดล้อมงานของพวกเขา

ผสมผสานความรู้ของผู้เชี่ยวชาญ

บ่อยครั้งที่มีเพียงพนักงานที่มีประสบการณ์มากกว่าเท่านั้นที่มีความรู้ที่จำเป็นในการทำงานที่ซับซ้อนให้สำเร็จหรือซ่อมแซมอุปกรณ์ชิ้นสำคัญ เมื่อพนักงานคนนั้นไม่ว่างหรือเกษียณอายุไป ความรู้นั้นก็จะสูญหายไป Copilot ใน Dynamics 365 Guides สามารถใช้ประโยชน์จากบันทึกย่อหรือบันทึกการโทรของผู้เชี่ยวชาญคนก่อนหน้านี้ เพื่อนำไปแนะนำพนักงานใหม่ผ่านกระบวนการเดียวกัน ช่วยให้พนักงานเรียนรู้ได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น และสามารถถ่ายโอนความรู้ภายในโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานและความคล่องตัวทางธุรกิจ

ความคล่องตัวของเอกสาร

ผู้ปฏิบัติงานจะสามารถใช้ Copilot ใน Dynamics 365 Field Service Mobile เพื่อเร่งกระบวนการดำเนินการให้เสร็จสิ้นและบันทึกงานของพวกเขา แทนที่จะกรอกเอกสาร พนักงานสามารถบรรยายความคืบหน้าของตนให้ Copilot ทราบด้วยเสียงของพวกเขาได้ Copilot จะให้คำแนะนำเพื่อตรวจสอบงานบริการ เพิ่มบันทึก และอัปเดตปริมาณผลิตภัณฑ์และสถานะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Copilot ใน Dynamics 365 Guides เปลี่ยนโลกแห่งความเป็นจริงให้กลายเป็นการแจ้งเตือนและจุดหลักสำหรับ AI เครื่องมือนี้จะทำให้มนุษย์เป็นศูนย์กลางของผลิตภัณฑ์ โดยจะเปลี่ยนแปลงวิธีที่เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์สามารถช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานที่หน้างานดำเนินการในโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ Copilot ใน Dynamics 365 Guides ถือเป็นAppที่มีศักยภาพและสำคัญสำหรับธุรกิจที่กำลังมองหาประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่มากขึ้นในการดำเนินกิจการของพวกคุณ

HoloLens 2 Voice Command Take a Photo & Video

รู้หรือไม่ว่า HoloLens 2 รองรับ คำสั่งเสียง

วันนี้ที่อยากจะเล่าไม่มีอะไรมากครับ แค่คำสั่งนี้เป็นคำสั่งพื้นฐานบน HoloLens แล้วผู้ใช้ไม่ค่อยได้ใช้กัน (ทีมของเราด้วยที่ลืมใช้)

เรื่องมีอยู่ว่าทางทีมงานเราต้องการ capture รูปที่แสดงบน HoloLens โดยปกติเราต้อง ปิดหรือลดโปรแกรมที่ใช้งานอยู่แล้วค่อย ไปที่หน้า start menu จากนั้นกดปุ่ม Take a Photo หรือ Take a video ซึ่งถ้าต้องการถ่ายและต้องการภาพ Hologram ในแว่นด้วยจะมีความลำบากและยุ่งยากในระดับนึง

แต่จริง ๆ แล้วคำสั่งถ้าเราเป็น Voice command ไว้ เราสามารถผู้ง่าย ๆ ในการถ่ายรูปและวีดีโอได้เลยครับ

เรามาดูกันผ่านวีดีโอว่าทำอย่างไร

HoloLens2 for Enhance frontline worker 

with Dynamics 365 Guides

จะว่าไปโปรแกรมที่ใช้งานบน HoloLens ตัวนี้ก็ไม่ใช่โปรแกรมใหม่แต่เป็นโปรแกรมเก่าที่ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง จาก Microsoft ที่มุ่งเน้นในการเพิ่มประสิทธิ์ภาพของกระบวนการทำงานหน้างาน

โดยเมื่อก่อนโปรแกรม Dynamics 365 Guides ถ้าผู้ให้เข้าใจง่าย ๆ คือ AR Work instructions แบบ Low-code หรือ โปรแกรมคู่มือขั้นตอนการทำงานในรูปแบบ AR 3 มิติ ผ่านแว่น HoloLens ที่ผู้ใช้งานสร้าง content หรือคู่มือการทำงานโดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่อง coding ผู้ใช้งานแค่ใส่และทำตามขั้นตอนการทำงานที่อยู่ในแว่นได้

ปัญหาหน้างานของ frontlines worker หลัก ๆ เลย คือ เกิดปัญหาหาทางออกไม่ได้ กระบวนการผลิตจะหยุดชะงัก หรือเรียกอีกอย่างว่าเกิด downtimes ขึ้น (เป็นสิ่งที่ทุกที่ ไม่อยากให้เกิด)

Microsoft HoloLens 2 ด้วยโปรแกรม Dynamics 365 Guides สิ่งที่ทีมงานต้องการคือการที่มีคนช่วยแก้ปัญหาได้ จากผู้ที่เชี่ยวชาญ ระยะไกลผ่าน Microsoft HoloLens2 และ Microsoft Teams อันนี้เป็นอีก 1 โซลูชั่นที่เป็นทางออก

คราวนี้ถ้าเกิดปัญหาบ่อย ๆ หรือมีความซับซ้อนมากขึ้น การใช้งานโปรแกรม Dynamics365 Guides สามารถทำเป็นขั้นตอนที่ในการซ่อนหรือการแก้ปัญหาได้ หรืออยู่กันคนละที่ก็สามารถทำเก็บไว้ ให้คนที่อยู่หน้างานเปิดไว้ใช้ในการเป็น Work instructions ในการแก้ปัญหา ง่าย ๆ ไม่ต้อง เขียนโปรแกรมเป็น

หรือแม้แต่จะทำเป็นขั้นตอนแบบ วีดีโอ เพื่อความรวดเร็วในการแก้ปัญหา

อีกทั้งตอนนี้ยังรองรับในแนะนำผ่านโปรแกรม Microsoft Teams ได้ทันที โดยเฉพาะการเขียนหรือ mark บอกตำแหน่งที่ถูกต้องในการแก้ปัญหา (ดีสุด ๆ )

สนใจอยากทดลองใช้ ติดต่อมาได้เลยครับ ทางเรา implement ไปแล้วหลายที่ในไทยครับ

Thai Traditional medicine with Microsoft HoloLens2

การแพทย์แผนไทยกับ HoloLens

“Demo Siriraj Applied Thai Traditional Medicine (SI-ATM2023)”

เรียบเรียงโดย Jaruwan

เมื่อเดือนเมษายน 2023 ที่ผ่านมา ทางบริษัทได้ร่วมเป็นวิทยากรในงาน 1st Siriraj Surgical Innovation Forum 2023 “จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำของการสร้างงานนวัตกรรม” โดยเราได้นำเทคโนโลยี Mixed Reality (Microsoft HoloLens) พร้อมด้วยโซลูชันด้านการแพทย์ ได้แก่ การแสดงโมเดลกายวิภาคมนุษย์ 3 มิติ รวมไปถึงการจำลองสถานการณ์การรักษาผู้ป่วยทางคลินิกไปแสดงในงาน เกิดเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ

จากความสนใจของทางคณะอาจารย์แพทย์ การแพทย์แผนไทยประยุกต์ศิริราช ที่ต้องการจะนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้ประกอบการเรียนการสอนด้านการนวดแผนไทยบนแว่น HoloLens2 บริษัทได้เริ่มหารือกับคณะอาจารย์ โดยเริ่มจากการแสดงโมเดลกายวิภาคของมนุษย์ในรูปแบบ 3 มิติ พร้อมกับศัพท์ด้านการแพทย์แผนไทยในการแสดงโครงสร้างร่างกายระบบต่างๆ ในงานนิทรรศการตามรอย… โรงเรียนหมอหลวง กับการแพทย์แผนไทยประยุกต์ศิริราช ณ ศาลาศิริราช 100 ปี  

“Demo Siriraj Applied Thai Traditional Medicine (SI-ATM2023)”

ทั้งนี้ ด้วยระบบต่างๆ ของร่างกายซึ่งมีความสัมพันธ์กันในแต่ละส่วน เกิดเป็นการพัฒนาต่อเนื่องของโปรเจคสำหรับการเรียนรู้ด้านการนวดแผนไทย ในการระบุตำแหน่งจุดกดตามร่างกายและความสัมพันธ์ระหว่างจุดกดต่างๆ ผ่านแว่น HoloLens2 โดยการนำโมเดล 3 มิติในโลกเสมือนที่มีสัญลักษณ์ระบุตำแหน่งจุดกด มาซ้อนทับกับคนในโลกจริงด้วยเทคโนโลยี Mixed Reality เกิดเป็นโปรเจคที่ทางเราเรียกกันง่ายๆ ผ่าน Code name ที่ชื่อว่ากายทิพย์  

Autodesk Fusion360 What’s new Sep 2023 (Part Design)

Autodesk Fusion 360 – มีอะไรใหม่บ้างในเวอร์ชั่น กันยายน 2023 (Part Design)

อ้างอิง https://www.autodesk.com/products/fusion-360/blog/september-2023-product-update-whats-new/

ต้องบอกก่อนเลยว่า Fusion360 ในแต่ละเวอร์ชั่นที่พัฒนามาเรื่อย ๆ นั้นมาจาก road map ของแผนการพัฒนาโปรแกรม และความเห็นของผู้ใช้งานโปรแกรม ทำให้โปรแกรม Autodesk Fusion 360 นั้นมีการผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในเดือนกันยายนนี้ มีฟีเจอร์ อัปเดต และการปรับปรุงใหม่ ๆ ที่น่าสนใจอะไรบ้าง

การอัพเดตประสิทธิภาพทั่วไป

การใช้งานทั่วไป

  • มีการปรับปรุงประสิทธิ์ภาพให้เลื่อนหรือขยับเมาส์ได้เร็วขึ้นกว่าเดิม
  • การขยายโหนดเบราว์เซอร์ของส่วนประกอบภายนอกได้รับการปรับปรุงประมาณ 106% สำหรับไฟล์การออกแบบบางไฟล์ (ขยายพื้นที่บางส่วน)
  • การสลับแท็บเอกสารสำหรับไฟล์ออกแบบบางไฟล์สามารถทำได้ทันที
  • การเปลี่ยนไปใช้พื้นที่ทำงานแอนิเมชันจากพื้นที่ทำงานออกแบบได้รับการปรับปรุงถึง 7.3 เท่าสำหรับงานประกอบขนาดใหญ่
  • การใช้หน่วยความจำโดยรวมสำหรับการ export ไฟล์ลง 1.7 เท่า

งานประกอบ

  • การปิด Fusion 360 ในขณะที่ชุดประกอบขนาดใหญ่เปิดอยู่จะเร็วขึ้นถึง 6.6 เท่า
  • การปิดแอสเซมบลีขนาดใหญ่บน Mac OS เร็วขึ้นสูงสุด 4 เท่า
  • ตอนนี้ Fusion 360 ตอบสนองได้ดีขึ้นในระหว่างการแก้ไข Joint หรือเพิ่ม As-Built Joint ขณะอยู่ในโหมด Edit-in-place สำหรับแอสเซมบลีขนาดใหญ่

Modeling

  • ประสิทธิภาพของคำสั่งเริ่มต้น/เสร็จสิ้น/ยกเลิกการแก้ไข คำสั่งร่วมได้รับการปรับปรุงอย่างมีนัยสำคัญจากชุดประกอบขนาดใหญ่ชั้นนำ
  • ขณะนี้การเปิดไฟล์โมเดลบางไฟล์เร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 1.5 เท่า และการเพิ่มประสิทธิภาพนี้ยังเป็นประโยชน์ต่อการคำนวณของการออกแบบเหล่านี้อีกด้วย
  • ไฟล์ Open STEP ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพ
  • ซ่อนประวัติการออกแบบเร็วขึ้นสูงสุด 31.6 เท่า และการคัดลอกไปยังการออกแบบใหม่เร็วขึ้นประมาณ 4.6 เท่าสำหรับไฟล์การออกแบบเหล่านั้น
  • ประสิทธิภาพการแสดงตัวอย่างของ Insert SVG และ DXF ได้รับการปรับปรุงแล้ว

Design

ในที่สุดเวลาที่หลายๆ คนรอคอยก็มาถึงแล้ว! ตั้งแต่การอัพเดตเดือนกันยายน 2023 คุณจะใช้การกำหนดค่าได้แล้ว การกำหนดค่าช่วยให้คุณใช้ตรรกะพาราเมตริกซ้ำเพื่อสร้างรูปแบบต่างๆ ของการออกแบบได้ คุณอาจใช้การกำหนดค่าเพื่อสร้างกลุ่มชิ้นส่วนในสายผลิตภัณฑ์ กำหนดตัวเลือกวัสดุและรูปลักษณ์ที่แตกต่างกัน สร้างชุดประกอบตัวแปรที่ซับซ้อน หรือแสดงขั้นตอนในขั้นตอนการผลิตของคุณ

ในพื้นที่ทำงานการออกแบบ ให้ใช้คำสั่งบนแผงกำหนดค่าใหม่เพื่อสร้างการออกแบบที่กำหนดค่าใหม่ตั้งแต่เริ่มต้น หรือเปิดการออกแบบมาตรฐานที่มีอยู่แล้วกำหนดค่า

  • คุณสมบัติและวัตถุที่กำหนดค่าได้จะถูกเน้นด้วยสีน้ำเงินในบราว์เซอร์และไทม์ไลน์
  • คลิกคุณลักษณะหรือ Object ที่ไฮไลต์เพื่อดูรายการลักษณะที่กำหนดค่าได้ จากนั้นตรวจสอบลักษณะเพื่อเพิ่มเป็นคอลัมน์ในตารางการกำหนดค่า
  • เพิ่มการกำหนดค่าลงในตารางและแก้ไขค่าสำหรับการกำหนดค่าแต่ละรายการ
  • ดับเบิลคลิกเพื่อเปิดใช้งานการกำหนดค่าต่างๆ เพื่อดูความแตกต่าง หรือใช้รายการแบบเลื่อนลงในเบราว์เซอร์เมื่อปิดตาราง
  • ย้ายลักษณะที่คล้ายกันไปยังตารางธีมแบบกำหนดเองเพื่อลดความซับซ้อนหรือผู้เขียนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • แทรกหรือดัดแปลงเป็นรูปแบบอื่นๆ
  • กำหนดค่าการกำหนดค่าที่แทรกเพื่อสร้างการกำหนดค่าที่ซ้อนกัน
  • สร้างแบบร่างสำหรับการกำหนดค่าแต่ละรายการ
  • คัดลอกการกำหนดค่าการวาดและสวิตช์เพื่อประหยัดเวลาในการสร้างภาพวาดสำหรับการกำหนดค่าแต่ละรายการ

สลับไปยังพื้นที่ทำงานอื่นและเปิดใช้งานการกำหนดค่าที่แตกต่างกันเพื่อใช้ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน

  • สร้างสตอรี่บอร์ดในแอนิเมชั่น
  • สร้างภาพที่เรนเดอร์ใน Render
  • ตั้งค่า แก้ปัญหา และเปรียบเทียบการศึกษาสถานการณ์จำลอง
  • สร้างและเปรียบเทียบการศึกษา Generative Design
  • สร้างการตั้งค่าการผลิตและสร้างเส้นทางเครื่องมือ
  • ดูการออกแบบที่กำหนดค่าไว้และการกำหนดค่าในทีม Fusion

คุณสมบัติใหม่ในงาน Sheet Metal ด้วยคำสั่ง Rip

Sheet Metal Rip เป็นคุณสมบัติที่รอคอยกันมานานในพื้นที่ทำงานของ Sheet Metal คุณสมบัติที่คุณควรลองใช้ดู สิ่งที่เครื่องมือ Rip ทำคือการสร้างแบบจำลองการแยกส่วนในชิ้นส่วนโลหะแผ่นของคุณโดยอัตโนมัติ ซึ่งจำเป็นในการคลี่ แผ่ให้เรียบ และผลิตชิ้นส่วน หากต้องการเข้าถึงเครื่องมือนี้ เพียงไปที่แท็บแก้ไข เลือกใบหน้าที่คุณต้องการ Rip หรือเลือกสองจุดเพื่อกำหนดจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของ Rip และความกว้างของช่องว่างที่จะสร้าง เช่นเดียวกับที่ตอนนี้คุณสามารถใช้เครื่องมือ Rip ใหม่เพื่อสร้างการฉีกขาดเพื่อให้คุณสามารถคลี่/ทำให้โครงโลหะแผ่นของคุณแบนได้อย่างง่ายดาย! คุณลักษณะนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สร้างชิ้นส่วนโลหะแผ่นที่มีลักษณะยกสูง เช่น ท่ออากาศ เครื่องดูดควัน หรือกรวย

ปรับปรุงการ T-Spline ใน Bevel Edge

Form contextual environment > Modify > Bevel Edge

ก่อนหน้านี้ ใบหน้าที่ไม่ใช่รูปสี่เหลี่ยมซึ่งถูกสร้างขึ้นที่จุดตัดของขอบที่เลือก ขัดขวางการไหลของเส้นโค้งที่เข้ามา ตอนนี้ ส่วนต่างๆ มีระยะห่างเท่าๆ กันและดำเนินต่อไปตามขอบที่เลือกผ่านใบหน้าที่ไม่ใช่รูปสี่เหลี่ยมเพื่อสร้างการเปลี่ยนเส้นโค้งที่ราบรื่น

ปรับปรุงตัวเลือกการตั้งค่าสำหรับใบหน้าที่ไม่ใช่รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสในส่วนย่อย

Form contextual environment > Modify > Subdivide

ก่อนหน้านี้ คุณสามารถแบ่งย่อยเฉพาะใบหน้าที่ไม่ใช่รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่อยู่ตรงกลางเท่านั้น ตอนนี้คุณสามารถระบุจำนวนใบหน้าเพื่อแบ่งย่อยใบหน้าที่ไม่ใช่รูปสี่เหลี่ยมตามแต่ละขอบได้

ปรับปรุง 3D Sketch

ในการอัปเดตนี้ คุณจะสามารถใช้ข้อจำกัดกับเส้นและจุดในพื้นที่ 3 มิติได้ ข้อจำกัดเหล่านี้รวมถึงจุดที่เกิดขึ้นพร้อมกันกับพื้นผิว เส้นขนานกับพื้นผิวระนาบ เส้นบนพื้นผิวระนาบ ระยะห่างระหว่างจุดและระนาบ พื้นผิวทรงกระบอกหรือทรงกลม ระยะห่างระหว่างเส้นและพื้นผิวระนาบ ตั้งฉากระหว่างเส้นกับพื้นผิว ตั้งฉากระหว่างเส้นโค้ง (ทั้งจุด CV และจุดที่พอดี) และพื้นผิว นอกจากนี้ ขณะนี้คุณสามารถลากจุดและเส้นไปรอบๆ ผืนผ้าใบได้เหมือนในภาพร่าง 2D ทำให้สามารถควบคุมจุดและเส้นของคุณในพื้นที่ 3D ได้ดีขึ้น

ขอแนะนำหน่วยการเปลี่ยนแปลงสำหรับพารามิเตอร์

ก่อนหน้านี้ เมื่อคุณสร้างพารามิเตอร์ หน่วยของพารามิเตอร์จะถูกตั้งค่าไว้เป็นหินและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ นี่ไม่ใช่กรณีอีกต่อไป! ตอนนี้คุณสามารถเปลี่ยนหน่วยของพารามิเตอร์ผู้ใช้ที่มีอยู่ได้แล้ว

Immersive solutions for AEC

อ้างอิง จาก https://construction.autodesk.com.au/workflows/

ในโครงการหรืองานก่อสร้างในปัจจุบัน เทคโนโลยี BIM ได้เข้ามามีส่วนช่วยในงานก่อสร้าง ซึ่งจริง ๆ แล้ว BIM ชื่อเต็ม ๆ คือ Building Information Modeling เรียกอีกอย่างว่า แบบจำลองสารสนเทศอาคาร ซึ่งจะเป็นขั้นตอนการทำงานที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่การออกแบบ วางแบบ ก่อสร้าง ไปจนถึงการจัดการงานอาคารในการดูแลรักษาหลังสร้างเสร็จ (Facility Management) เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจตรงกันในการทำงาน ตั้งแต่เจ้าของโครงการหรือ owner, ผู้พัฒนาโครงการ หรือ Developer, สถาปนิก, วิศวกร รวมถึงผู้รับเหมา โดยจะมีหลายโปรแกรมที่เข้ามาช่วย ทางเราที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจึงได้นำ Immersive Technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการแสดงภาพในรูปแบบ 3 มิติที่ทางบริษัทมี มารวบรวมเป็น Solutions ไว้ให้เข้าใจง่าย ทั้งจากการเก็บข้อมูลอาคารเก่าหรือที่มีอยู่ก่อน มาวางแผนในการก่อสร้าง รวมทั้งที่สร้างไปแล้วต้องการข้อมูลในแบบจำลองอาคารที่ถูกต้องทั้งหมด เพื่อง่ายต่อการวางแผนจัดการดูแลอาคารต่อไป

ขั้นตอนที่เราสามารถนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ได้คือ

As Built Exist Model

การเก็บข้อมูลอาคารเก่า หรือ พื้นที่เปล่า เพื่อทำการปรับปรุงหรือเตรียมวางแผนในการสร้างใหม่ ในขั้นตอนนี้โดยทั่วไปเราจะทำการสำรวจด้วยการถ่ายรูป สแกนภาพเก็บข้อมูลด้วยการวัดจากกล้อง total station หรือตลับเมตร ซึ่งเทคโนโลยีใหม่ที่สามารถช่วยลดความผิดพลาดหรือการเก็บข้อมูลไม่ครบถ้วน คือเทคโนโลยีกล้อง 3D Laser Scan Faro Focus ที่ใช้ในการเก็บข้อมูลงานอาคาร ข้อดีที่เห็นได้ชัดเลย คือ ตาเราเห็นอย่างไรกล้องเก็บได้แบบนั้น อีกทั้งความแม่นยำระดับ +/- 3 มิลลิเมตร โดยข้อมูลที่ได้จะอยู่ในรูปแบบ Point Cloud ซึ่งการนำ Point Cloud ไปใช้งานต่อจะต้องทำการ process file สำหรับรวมไฟล์ที่ได้สแกนมา ผ่านโปรแกรม Faro Scene จากนั้นนำ point cloud ที่ได้เพื่อให้นำเข้าไปใช้ต่อในโปรแกรมออกแบบอื่น ๆ หรือจะนำ Point Cloud ที่ได้ไปใช้ต่อเลย

Design

ในส่วนของการออกแบบนั้น Point cloud ที่ได้ เราสามารถนำมาเป็นแบบอ้างอิงหรือ Reference ในการออกแบบต่อได้ ตัวอย่างเช่น

โปรแกรม SketchUp ในเวอร์ชั่น SketchUp Studio สามารถนำ Point Cloud เข้ามาผ่าน Extension ชื่อ Scan Essential สำหรับวาง Point Cloud ในการเขียนแบบต่อ โดย Point Cloud จะต้องเป็นนามสกุล e57 ซึ่ง Faro Scene สามารถ Export ออกมาทำงานร่วมกันได้

มาดูในส่วนของการทำงานกับโปรแกรมในค่าย Autodesk กัน การนำ Point Cloud เข้ามาใช้งานต่อต้อง export ไฟล์มาเป็นนามสกุล RCP, RCS เพื่อให้รองรับการนำ Point Cloud เข้าโปรแกรม Autodesk Revit หรือ AutoCAD ได้โดยตรง อีกทั้งยังสามารถแก้ไขไฟล์ Point Cloud เบื้องต้น ในการลบหรือจัดกลุ่มด้วยโปรแกรม Autodesk Recap Pro

แต่ในการขึ้นแบบด้วย Point Cloud นั้นเสมือนกับการต้องออกแบบใหม่ด้วย ทาง Faro จึงได้มีการพัฒนาโปรแกรมที่เป็น Plugin ที่รองรับโปรแกรม Revit และ AutoCAD ในการช่วยการเขียนแบบ As Built เพื่อลดเวลาในการสร้างและออกแบบแก้ไขจาก Point Cloud ลดเวลานะครับประมาณ 50% ในการทำแบบ As Built มาใหม่

Immersive Review & Multiplayer (Metaverse)

ในขั้นตอนนี้จะเป็นการ Design Review หรือตรวจสอบการออกแบบเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันของผู้ออกแบบและผู้สร้างหรือผู้ใช้งานต่อ โดยหลัก ๆ เราจะแบ่งเป็น 2 รูปแบบจากก่อนหน้าคือ

การนำ Point Cloud เข้ามาตรง ๆ โดยไม่มีการปรับแก้ไขเพื่อพูดคุยกันในรูปแบบ VR โดยโปรแกรม Faro Scene รองรับการดูแบบ VR ข้อดี คือ ขนาดและมิติที่ได้จะเท่าของจริงทั้งหมด ข้อเสีย คือ เราจะเห็นภาพในรูปแบบจุด ๆ ซึ่งเอาตรง ๆ นะครับไม่สวยแต่ดูรู้เรื่อง วัดขนาดได้ ทำเป็น snap view ได้ ตรงนี้มีการนำไปใช้ในส่วนของงานนิติวิทยาศาสตร์ด้วยครับ แต่ถ้าเราอยากนำเข้ามาดูแบบหลาย ๆ คนหรือ Multiplayer ทางเรามีโปรแกรม Coordinate จาก VRCollab สามารถดูหลาย ๆ คนพร้อมกันผ่านแว่น VR หรือไม่ผ่านแว่นก็ได้ หรือดูแบบมุมมองบุคคลที่ 3 ที่ช่วยลดปัญหาจากการดูผ่าน แว่น VR

อีกรูปแบบคือการนำไฟล์ที่ได้ออกแบบหรือแกะแบบมาจาก Point Cloud ในช่วง Design ก่อนหน้า ข้อมูลที่เราได้จะเป็นไฟล์ในรูปแบบ 3 มิติอยู่แล้ว คราวนี้เราสามารถมาดูได้หลากหลายโปรแกรมมากมาย เช่น

โปรแกรม Enscape โปรแกรม Render ที่รองรับผ่านแว่น VR ได้ในราคาที่ไม่แพง อีกทั้งรองรับโปรแกรม Revit, SketchUp และรองรับการย้ายหรือแก้ไขโมเดลแบบ Realtime ที่ดูผ่านแว่นแล้วเห็นเลย อันนี้คุ้มจริง แต่ข้อเสียคือเครื่องที่ใช้ดูต้อง spec การ์ดจอแรงในระดับนึง คือ gForce 4070 ขึ้นไป

โปรแกรม Twinmotion อันนี้ใครใช้ Revit เวอร์ชัน 2024 จะมีมาให้ใช้ด้วยครับ อันนี้ของดีไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

แต่ถ้าใครอยากดูแบบหลาย ๆ คนหรือ Multiplayer โปรแกรม Coordinate จาก VRCollab ตอบโจทย์เลย

ในส่วนของแว่น MR หรือ HoloLens2 นั้น ทางเราได้มีการทำ platform ในเวอร์ชัน beta มาทดลองใช้กันนะครับ สำหรับการใช้งานแบบ Multiplayer

Field Review

หรือการตรวจสอบหน้างาน เป็นการนำแบบ 3 มิติ ที่ได้ออกแบบมาซ้อนทับอาคารจริงหรือพื้นที่จริง โดยรองรับการใช้งานแว่น MR หรือ HoloLens2 หรือใช้ Mobile Device หรือ iPad เพื่อตรวจสอบแบบก่อสร้างว่าตรงกับอาคารจริงหรือไม่ ซึ่งมีหลายโปรแกรม เช่น

            Trimble Connect MR ที่รองรับการนำแบบ 3 มิติ เข้าวางแบบกับพื้นที่จริง และรองรับการทำงานแบบ Multiplayer แบบ Colocation หรือ Remote ได้ด้วย วัดระยะเหลื่อมได้ สร้าง Todo ได้ (รองรับ HoloLens2 และ iPad)

            Dimension ของ VRCollab รองรับการใช้งานบน iPad ในการซ้อนทับพื้นที่จริงกับแบบเพื่อตรวจสอบ

            DataMesh Factverse รองรับการใช้งานบน iPad และ HoloLens2 ในการซ้อนกับพื้นที่และดูขั้นตอนการก่อสร้างได้ด้วย นอกจากนี้เพื่อแก้อีกหนึ่งปัญหาในวงการก่อสร้าง แว่น HoloLens2 ยังมีโปรแกรม Remote Assist ที่ทำให้ทีมที่อยู่ใน Office หรือสถานที่อื่นๆ ได้เห็นหน้างานไปพร้อมกัน หรือเอา 3D Model เข้า AR (mobile device, iPad) เพื่อตรวจหน้างานก็ได้เช่นกัน

what’s unity

  1. Unity คืออะไร  

Unity มักเป็นที่รู้จักกันในฐานะของเครื่องมือสร้างเกม (Game Engine) ที่เป็นที่นิยมอย่างมากโปรแกรมหนึ่ง สามารถสร้างเกม 3D และ 2D ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสามารถพัฒนาเกมได้ทั้งในแพลตฟอร์มโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ VR/AR คอนโซล และอื่นๆอีกมากมาย สามารถนำไปต่อยอดพัฒนาเป็นแอพลิเคชันสำหรับงานเฉพาะทางได้ดี (Customized applications)  

  1. รายละเอียด+ความสามารถของแต่ละไลเซนส์ (free, pro, industrial)  

Free   

  • เวอร์ชั่นล่าสุดของ Unity Platform หลัก  
  • ทรัพยากรสำหรับเริ่มใช้และเรียนรู้ Unity  

Pro   

  • เวอร์ชั่นล่าสุดของ Unity Platform  
  • การปรับแต่ง Splash screen  
  • การรายงาน crash และ error เบื้องต้น  
  • การ Publish ไปยัง Game console  
  • คำแนะนำจากที่ปรึกษาที่เป็น Partner  
  • Customer Service  
  • Unity Mars  
  • Havok Physics  
  • Technical support  
  • On-demand training  

Industrial  

  • ความสามารถทุกอย่างของ Unity Pro  
  • Pixyz  
  • Build Server  
  • เข้าถึง Source code   
  • ผู้ให้คำปรึกษาเฉพาะทาง  
  1. แอพลิเคชันที่ Unity จะสร้าง/พัฒนาได้  

ตัวอย่างแอพลิเคชันสำหรับสายงาน Manufacturing เช่น แอพลิเคชันสำหรับงานฝึกประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ (Assembly Training in Industry) แอพลิเคชันสำหรับฝึกอบรมเรื่องความปลอดภัย (Safety Training) แอพลิเคชันสำหรับแสดงข้อมูลการทำงานของเครื่องจักรแบบ Real-time (Data Visualization) แอพลิเคชันสำหรับต่อยอดพัฒนาให้โรงงานเป็น Digital Twin เป็นต้น  

โดย Unity สามารถพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ใช้สำหรับ Device ได้หลากหลาย ผ่าน Build Platform ต่าง ๆดังนี้  

  1. Build Platform และ Device ที่ support (เช่น HL2, Occulus quest, mobile, Web based, windows/mac os)  
  • แพลตฟอร์ม Standalone: macOS, Windows และ Linux  
  • Universal Windows Platform (for HoloLens)  
  • iOS  
  • VisionOS  
  • Android (Including Oculus quest)   
  • WebGL  
  • UWP  
  • Dedicated Server  
  • TvOS  
  1. สเปคคอมที่แนะนำ  

  

  

Multiplayer Application on Hololens2 

Multiplayer Application on Hololens2 

  • มัลติเพลเยอร์คืออะไร 

มัลติเพลเยอร์ คือการที่ผู้เล่นหลายคน สามารถเล่นเกมหรือใช้งานแอพพลิเคชันได้พร้อมกัน ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน มีทั้งในรูปแบบ Local หรือการเล่นหลายคนแบบใช้ LAN และรูปแบบ Online หรือการเล่นหลายคนแบบใช้อินเทอร์เน็ต 

  • มัลติเพลเยอร์ สามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรกับการใช้งาน HoloLens 2 ได้บ้าง 

แอพพลิเคชัน HoloLens 2 หลายๆแอพพลิเคชัน ถูกนำไปใช้ในการตรวจแบบ การศึกษา การเทรนนิ่ง และอื่นๆ เพื่อให้เห็นแบบจำลองที่สมจริงมากขึ้น แต่โดยส่วนมากแล้วจะมาในรูปแบบของแอพพลิเคชันที่มีผู้ใช้คนเดียว และมีปฎิสัมพันธ์กับผู้ใช้คนอื่นผ่านหน้าจอ Remote Assist ที่ให้ผู้ใช้คนอื่นเห็นสภาพแวดล้อมที่ผู้เล่นกำลังใช้งานได้ 

การที่ทำแอพพลิเคชันเป็นมัลติเพลเยอร์ ทำให้สามารถมีผู้ใช้งานในสภาพแวดล้อมเดียวกันพร้อมกันได้ ผู้ใช้สามารถให้ความร่วมมือกันในการบรรลุเป้าหมายการใช้งานของแอพพลิเคชันได้ง่ายขึ้น 

ความแตกต่างระหว่างแบบจำลอง 3 มิติ กับ CAD

ซอฟต์แวร์ CAD คืออะไร ?  
CAD ( Computer-Aided Design ) คือ การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อช่วยในการสร้าง แก้ไข วิเคราะห์ และเพิ่มประสิทธิภาพการออกแบบ โดยทำการเก็บข้อมูลในรูปแบบดิจิตอล ซึ่งการใช้ซอฟต์แวร์ในการออกแบบจะมีประสิทธิภาพและแม่นยำมากกว่าการออกแบบด้วยมือเปล่า ( Non-digital techniques ) เนื่องจากสามารถปรับเปลี่ยนการออกแบบและจำลองการทดสอบในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ง่าย ในการออกแบบ 3 มิติ และเก็บข้อมูลในรูปแบบดิจิตอลทำให้ในด้านสิทธิบัตรสำหรับการออกแบบมีมาตรฐานมากขึ้นและง่ายต่อการติดตามข้อมูล 

ความแตกต่างระหว่างการสร้างแบบจำลอง 3 มิติ ( 3D modeling ) กับ CAD ( Computer-Aided Design ) 
การสร้างแบบจำลอง 3 มิติ ( 3D modeling ) ได้รับการออกแบบมาให้เป็นการสร้างรูปร่างที่อิสระ เช่น การสร้างตัวละครสำหรับภาพยนตร์แอนิเมชัน ซึ่งต่างจากการขึ้นรูปโดยสมการอิงตัวแปร ( Parametric Solid modeling ) หรือ CAD มักมีไว้เพื่อใช้ในทางที่เกี่ยวข้องกับการสร้างวัตถุที่มีความแม่นยำ เช่นงานทางด้านวิศวกรรม ที่สามารถใช้เพื่อสร้างงานที่ซ้ำกันได้อย่างแน่นอนด้วยคุณสมบัติทางด้านคณิตศาสตร์และพารามิเตอร์ โดยบางครั้งซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ได้ผสมผสานการออกแบบทั้งสองรูปแบบเข้าด้วยกัน จึงหาความแตกต่างที่ชัดเจนได้ยาก 

ซอฟต์แวร์ CAD ใช้สำหรับอะไร 
งานจำนวนมากต้องใช้ซอฟต์แวร์ CAD เช่น วิศวกรหรือนักออกแบบที่ทำงานด้านเครื่องกล ไฟฟ้า การผลิต อุตสาหกรรม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในหลากหลายสาขา ( การบินและอวกาศ ทางการแพทย์ หรือทางด้านศิลปะ ) ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในการสร้างแบบจำลองมาตรฐาน 2 มิติ และ 3 มิติ โดยสามารถใช้ในการออกแบบการจำลองผลิตภัณฑ์ หรือคำนวณต้นทุนและตรวจสอบการผลิตได้อีกด้วย 

่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ต้องเสียไปกับซอฟต์แวร์ CAD ประมาณเท่าไหร ? 
         ค่าใช้จ่ายของซอฟต์แวร์ CAD จะขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของการสร้างแบบจำลองและวัตถุประสงค์ในการสร้างแบบจำลองของผู้ใช้  โดยทั่วไปจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 40,000 บาท/ปี ไปจนถึง 200,000 บาท/ปี โดยซอฟต์แวร์ที่มีราคาสูงนั้นเป็นที่ต้องการสำหรับทีมวิศวกรรมที่ทำงานกับโมเดลที่มีความซับซ้อนสูง อย่างไรก็ดี ยังมีซอฟต์แวร์อีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจเพราะมีราคาที่ถูกกว่ามากพร้อมคุณสมบัติและประสิทธิภาพที่ลดหลั่นลงมา โดยมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 1,500 บาท/เดือน 

  

Fusion 360 ซอฟต์แวร์ที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ใช้ใหม่ 
ด้วยอินเทอร์เฟซที่สามารถเข้าใจได้ง่าย ซึ่งกระบวนการจำลองการออกแบบที่สมจริง สามารถเริ่มต้นการออกแบบได้ทันทีด้วยชุดเครื่องมือที่หลากหลายภายในตัวซอฟต์แวร์ ทำให้สามารถพัฒนาทักษะในการทำงานได้อย่างไม่ถูกจำกัด  
แม้จะไม่มีเครื่องมือพิเศษที่จำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมการออกแบบเชิงกลไกและการออกแบบที่ซับซ้อนเหมือนกับซอฟต์แวร์อื่น แต่ความเรียบง่ายของ Fusion 360 และต้นทุนที่ต่ำกว่าทำให้ได้เปรียบในการผลิตชิ้นงานที่ไม่ซับซ้อนจนเกินไป เป็นเครื่องมือ 3D CAD, CAM และ CAE ที่ทำงานบนคลาวด์ โดยเน้นในด้านการสร้างแบบจำลอง 3 มิติ โดยเนื่องจากทำงานบนคลาวด์ทำให้มีพื้นที่จัดเก็บและการเข้าถึงที่ไม่จำกัด ช่วยให้ข้อมูลปลอดภัยและการทำงานร่วมกันได้ 
แบบเรียลไทม์ และยังมีเครื่องมือที่ครบครันและตอบโจทย์การออกแบบ พร้อมด้วยรูปลักษณ์ที่ทันสมัยง่ายต่อการเข้าใจสำหรับผู้ใช้ใหม่ มีคอมมูนิตี้สำหรับฝึกการใช้งานด้วยตัวอย่างการออกแบบที่ติดตั้งอยู่บนคลาวด์ที่สามารถเรียกใช้งานได้ทันทีโดยตรงจากซอฟต์แวร์และมีราคารายเดือนที่ไม่สูงจนเกินไปถ้าเทียบกับคุณภาพของซอฟต์แวร์ที่ได้รับ และยังรองรับการทำงานผ่านระบบปฏิบัติการ Windows และ MacOS อีกด้วย 

อ้างอิง : https://www.expertreviews.co.uk/software/1416934/best-cad-software